วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

บทที่ 4 การใช้งานโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์

การสั่งโปรแกรม  lnternet Explorer
โปรแกรม lnternet Explorer จะประกอบด้วยส่วนประกอบที่สำคัญ ดังนั้น ก่อนที่จะทำการใช้งานในโปรแกรม lnternet Explorer ก็ต้องทำความรู้จักกับโปรแกรมนี้ก่อน ซึ่งมีส่วนประกอบหลัก ๆ ดังต่อไปนี้
ส่วนประกอบของโปรแกรม lnternet Explorer 
1. แถบชื่อ (Title Bar) : แถบแสดงชื่อเว็บไซต์ที่กำลังเปิดใช้งานอยู่
2. แถบเมนู (Menu Bar) : แถบคำสั่งต่าง ๆ ที่ใช้งานในโปรแกรม Internet Explorerโดยเป็นหมวดหมู่เพื่อให้สามารถเลือกใช้งานได้ เมื่อต้องการใช้งานใดก็เลือกคลิกตามคำสั่งนั้น ๆ ได้
3. แถบเครื่องมือมาตรฐาน (Standard Toolbar) : แถบแสดงไอคอน (Icon) ขอคำสั่งต่าง ๆ ที่เป็นปุ่มคำสั่งพื้นฐาน
4. แถบเครื่องมือที่อยู่ (Address Toolbar) : เป็นแถบที่สำหรับกรอกที่อยู่ของเว็บไซต์ที่ต้องการจะเข้าไปเยี่ยมชม
5. สัญลักษณ์เคลื่อนไหว : เป็นสัญลักษณ์แสดงการโหลดข้อมูลของเว็บไซต์ที่เราต้องการจะเข้าไปเยี่ยมชม เมื่อทำการโหลดข้อสมบูรณ์แล้ว สัญลักษณ์จะหยุดการเคลื่อนไหว
การหยุดการโหลด (Stop)
เมื่อเราพิมพ์ชื่อ Web ไว้ที่ช่อง Address แล้ว บางครั้งเราจะพบว่าโปรแกรม Web Browser สามารถโหลดเว็บไซต์นั้นมาให้เราได้เพียงบางส่วนเท่านั้นก็หยุดการโหลด โดยเราจะสังเกตจากรูปธงที่สะบัดอยู่มุมบนด้านขวาของหน้าจอโปรแกรมหยุดการสะบัด เราสามารถสั่งให้โปรแกรมโหลดเว็บไซต์นั้นให้เราใหม่อีกครั้ง โดยที่เราไม่ต้องพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ในช่อง Address ใหม่เพียงแคคลิดที่ปุ่ม Refresh โปรแกรมก็จะทำการโหลดเว็บไซต์ที่เราต้องการให้ใหม่ทันที
การกลับยังหน้าแรกของเว็บไซต์ (Home)
ในการเข้าไปใช้งานเว็บไซต์ต่าง ๆ เมื่อคลิกลิงก์ไปยังหน้าอื่น ๆ ของเว็บไซต์ ก็เหมือนกับเราเปิดหนังสือทีละหน้าอ่านไปเรื่อย ๆ เมื่อเราต้องการกลับไปยังหน้าแรกของเว็บไซต์นั้น ๆ ถ้าคลิกที่ปุ่ม Back ก็เหมือนกับเราพลิกกลับมาทีละหน้า แต่ถ้าต้องการกลับไปยังหน้าแรกครั้งเดียวเลยจะต้องคลิกที่ปุ่ม Home
การบันทึกเว็บเพจที่ชอบ (Favorites)
เมื่อเราเล่นอินเทอร์เน็ตแล้วค้นหาข้อมูล หรือค้นหาเว็บเพจใหม่ไปเรื่อย ๆ เรามักจะคลิกไปจนพบกับเว็บเพจที่น่าสนใจ และต้องการที่จะกลับมาดูเว็บเพจนั้นอีกในครั้งต่อ ๆ ไป เราจะมีวิธีในการบันทึกเว็บเพจนั้นเก็บเอาไว้ในสมุดบันทึกส่วนตัวของเรา เมื่อครั้งต่อไปที่ต้องการจะเปิดเว็บเพจนี้อีกก็ไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์ในช่อง Addressอีก แต่สามารถค้นหาได้จากสมุดบันทึกส่วนตัวของเราได้ทันที ทำไห้เราสะดวกในการบันทึกเว็บเพจที่ชอบเก็บเอาไว้โดยไม่ต้องจดลงบนสมุดบันทึกอีกต่อไป
การบันทึกไว้ในสมุดบันทึกส่วนตัวภายในโปรแกรม Internet Explorer
1. มีสมุดบันทึกของตนเองแล้ว (Folder) ก็ให้ไปคลิกเปิดสมุดของตนเองขึ้นมาแล้วก็คลิกที่ OK โปรแกรมก็จะทำการบันทึกเว็บเพจที่เราต้องการเก็บเอาไว้ในสมุดบันทึกส่วนตัวของเราทันที
2. ไม่มีสมุดบันทึกของตนเอง ให้ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี่
2.1 คลิกที่ New Folder
2.2 ชื่อโฟลเดอร์ (Folder) ที่เราสร้างใหม่ก็จะมาปรากฏที่ช่อง Create in
2.3 คลิกที่ปุ่ม OK ก็จะบันทึกเว็บเพจที่เราชอบไว้ในโฟลเดอร์ (Folder) ของเราให้เรีบยร้อย
ขั้นที่ 3 เมื่อต้องการปรับแต่งการจัดเก็บเว็บไซต์ไว้ในสมุดบันทึกให้เลือกที่Organize
Create Folder: สร้างโฟลเดอร์ใหม่Rename: เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ หรือชื่อของเว็บไซต์ที่จะบันทึกไว้ในสมุดบันทึกMove to Folder: ย้ายเว็บไซต์ที่บันทึกไว้ในสมุดบันทึกไปเก็บไว้ในโฟลเดอร์ใหม่ โดยให้คลิกที่ชื่อเว็บไซต์ที่ต้องการย้าย แล้วเลือก Move to Folder จะปรากฏหน้าจอดังนี้ เพื่อให้คลิกเลือกโฟลเดอร์ (Folder) ใหม่Delete: การลบโฟลเดอร์ (Folder) หรือลบเว็บไซต์ที่ได้บันทึกไว้แล้ว เมื่อต้องการลบคลิกเลือกชื่อเว็บไซต์ หรือ โฟลเดอร์ (Folder) ที่ต้องการจะลบแล้วจึงคลิกที่ปุ่ม Delete และจะปรากฏหน้าจอดังนี้ เพื่อเป็นการยืนยันการลบ
การเปิดดูเว็บไซต์ที่เคยไปเยือนมาแล้วในอดีต (History)
ขั้นตอนในการค้นหาเว็บไซต์ในอดีต ทำได้ดังต่อไปนี้
1. คลิกที่ปุ่ม History
2. แสดงข้อมูลของ History ทางด้านซ้ายมือ โดยจะรวบรวมไว้ในแต่ละวันว่าได้เข้าไปเปิดเว็บไซต์ไหนบ้าง
3. ถ้าต้องการตรวจสอบข้อมูลในวันใด ก็คลิกที่วันนั้น ๆ ก็จะแสดงรายชื่อของเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เคยเข้าไปเยี่ยมชมมาแล้ว
4. ถ้าเราต้องการกลับไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่เคยไปเยี่ยมมาแล้วก็สามารถคลิกเลือกชื่อเว็บไซต์นั้นได้เลย
5. เว็บไซต์จะแสดงขึ้นมาทันที
การพิมพ์เว็บเพจ (Print)
ก่อนการพิมพ์ข้อความจากเว็บเพจควรจะต้องดูภาพก่อนพิมพ์เพื่อที่จะดูผลลัพธ์ที่จะได้เมื่อสั่งพิมพ์ เพื่อตรวจดูความถูกต้องก่อนที่จะพิมพ์ออกมาทางกระดาษ
การพิมพ์แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ
1. คลิกที่รูป เครื่องพิมพ์ จะเป็นการสั่งพิมพ์โดยอัตโนมัติ คือพิมพ์หน้าเว็บเพจออกมาทั้งหมดเหมือนกับที่เราเครื่องพิมพ์ใน Microsoft Word
2. เลือกจาก เมนู Fileà Print จะสามารถกำหนดเงื่อนไขในการพิมพ์ตามที่เราต้องการได้ ดังนี้
All = พิมพ์ทั้งหมด
Selection = พิมพ์เฉพาะพื้นที่ที่เลือก (การเลือกพื้นที่ หรือ ข้อความที่ต้องการการ พิมพ์ก็โดยการลากแถบดำคลุมพื้นที่ หรือ ข้อความนั้น ๆ)
Current Page= พิมพ์ในหน้าปัจจุบันที่ตำแหน่งของเคอร์เซอร์ (Cursor) กะพริบอยู่
Page= กำหนดหน้าที่ต้องการพิมพ์
การตั้งค่าหน้ากระดาษ (Page Setup)
เมื่อต้องการที่จะกำหนดขนาดกระดาษ และขอบกระดาษก่อนที่จะทำการพิมพ์เว็บเพจให้ทำการเลือกเมนู File à Page Setup เพื่อกำหนดตามรูปแบบต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
การตั้งค่าหน้ากระดาษ Page Setup
หมายเลข 1 คือ การกำหนดขนาดของกระดาษที่ต้องการจะเลือกใช้ในการพิมพ์เว็บเพจ
หมายเลข 2 คือ การกำหนดถาดกระดาษของเครื่องพิมพ์ สำหรับเครื่องพิมพ์ที่สามารถป้อนกระดาษได้หลายทาง
หมายเลข 3 คือ การกำหนดกาพิมพ์ข้อความบนหัวกระดาษ และท้ายกระดาษ ดังนี้
&w คือ ชื่อเว็บเพจ
&u คือ Address ของเว็บเพจ
&d คือ วันที่พิมพ์ แบบย่อ
&D คือ วันที่พิมพ์ แบบยาว
&t คือ เวลาที่พิมพ์ แบบมาตรฐาน
&T คือ เวลาที่พิมพ์ แบบ 24 ชั่งโมง
&p คือ เลขหน้าที่พิมพ์
&P คือ จำนวนหน้าทั้งหมดของเว็บเพจ
&& คือ การใส่เครื่องหมาย &
&b คือ ให้พิมพ์โดยจัดวางกลางกระดาษ
&b&b คือ ให้พิมพ์โดยจัดวางชิดขวา
หมายเลข 4 คือ การกำหนดแนวให้การพิมพ์บนกระดาษ
Portrait = แนวตั้ง
Landscape = แนวนอน
หมายเลข 5 คือ การกำหนดระยะขอบกระดาษ
Left = ระยะขอบด้านซ้าย
Right = ระยะขอบด้านขวา
Top = ระยะขอบด้านบน
Bottom = ระยะขอบด้านล่าง
การบันทึกเว็บเพจ
เมื่อต้องการที่จะบันทึกเว็บเพจ สามารถทำได้ดังต่อไปนี้
ขั้นตอนการบันทึกเว็บเพจ
1. เมื่อเปิดเว็บเพจที่จะต้องการบันทึกแล้ว ให้เลือกเมนู File à Save As...
2. โปรแกรมจะเปิดหน้าต่างของ Save Web Page มาให้
3. Save in : ให้ทำการเลือก Drive และ Folder ที่ต้องจะบันทึกเพจเก็บไว้
4. File name : โดยปกติโปรแกรมจะนำชื่อของเว็บเพจที่ต้องการจะบันทึกมาเป็นชื่อFile
Name แต่ถ้าต้องการที่จะตั้งชื่อในการเก็บเว็บเพจที่ต้องการจะบันมึกมาเป็นชื่อ File
Name ไดตามต้องการ
5. Save as type : เป็นการระบุชนิดในการบันทึกเว็บเพจ ดังนี้
Web Page, complete [*.htm, *.htm] = เป็นการบันทึกทั้งภาพและข่อความอย่างสมบูรณ์ ให้ผลลัพธ์เหมือนกับหน้าเว็บเพจจริงWeb Archive, single file [*.mht] = เป็นการบันทึกทุกอย่างแต่ให้ผลลัพธ์เป็นไฟล์เดียว
Web page, HTML only [*.htm,*.html] = เป็นการบันทึกเป็นไฟล์ HTML โดยไม่มีภาพ
Text File [*.txt] = เป็นการบันทึกเป็นไฟล์ข้อความโดยไม่มีภาพ
6. คลิกที่ปุ่ม Save เว็บเพจจะถูกบันทึกเก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่ได้เลือกไว้ทันที
เว็บเพจที่ได้บันทึกไว้ โดยเลือก Save as type: Web page, complete [*.htm,*.htm]เมื่อเว็บเพจนั้นถูกบันทึกเก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่ระบุไว้แล้ว จะถูกแบ่งการบันทึกออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนที่เป็ฯข้อความจะถูกบันทึกเป็นไฟล์นามสกุล .htm หรือ .htmlและส่วนที่เป็นไฟล์รูปภาพนั้นจะถูกบันทึกไว้ในโฟลเดอร์ที่มีชื่อเดียวกับไฟล์ข้อความ ดังภาพ
การปรับแต่งตัวอักษร
การปรับแต่งตัวอักษร แบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ
1. การปรับแต่งอักษรให้มีขนาดที่เปลี่ยนแปลงไป
สามารถเลือกได้จากเมนู View à Text Size ซึ่งโดยปกติขนาดของตัวษรจะมีขนาดกลาง คือ Medium แต่จะเปลี่ยนแปลงได้ 5 ขนาด โดยเรียงลำดับขากขนาดเล็กไปหาใหญ่ ดังต่อไปนี้
1. Smallest
2. Smaller
3. Medium
4. Larger
5. Largest
 การปรับแต่งรูปแบบของภาษา
โดยปกติ รูปแบบของภาษาที่ใช้ในเว็บเพจ จะต้องมีรูปแบบของภาษาไทยเพื่อที่จะทำให้เว็บเพจที่เป็นภาษาไทยสามารถอ่านภาษาไทยนั้นได้ โดยดูได้จากเมนู
ถ้าไม่มี Thai (Windows) จะทำให้เว็บเพจนั้นไม่สามารถอ่านภาษาไทยได้ ถึงแม้ว่าเว็บเพจนั้นจะเป็นเว็บเพจไทยที่ทำขึ้นโดยใช้รูปแบบของตัวอักษรภาษาไทยก็ตาม
แต่ถ้าต้องการปรับเปลี่ยนให้รูปแบบของภาษาอื่น ๆ ก็สามารถเปลี่ยนได้ตามเมนูของภาษาต่าง ๆ ที่มีให้เลือก ตัวอย่างเช่น เปลี่ยนเป็ยภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเว็บไซต์นี้เป็นเว็บไซต์ไทยแต่เมื่อเลือกเมนู View à Encoding à Japanese (Shift-JIS)
การทำ Work Offline
การทำ Work Offline เพื่อที่จะสามารถเก็บเว็บเพจที่ต้องการไว้อ่านอีกโดยไม่จำเป็นจะต้องทำการเชื่อมอินเทอร์เน็ต ซึ่งข้อมูลในเง็บเพจบางครั้งมีจำนวนมากมาสามารถอ่านจบได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่เราสามารถย้อนกลับมาอ่านได้อีกโดยหน้าเว็บเพจที่ทำ Work Offline ไว้จะแสดงหน้าจอเสมือนกับขณะนั้นเราได้ทำการเชื่อต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตทุกประการ เพียงแต่ปุ่มเชื่องโยม (Link) ในหน้าเว็บเพจนั้นขณะที่ทำ Work Offline นั้นยังไม่เคยผ่านการคลิกเพื่อเชื่อมโยงไปยังส่วนอื่น ๆ หน้าเว็บเพจอื่น ๆ หรือเป็นการเชื่อโยงไปยังเว็บเพจอื่น ๆ ปุ่มการเชื่อมโยง (Link) จะไม่สามารถที่จะเชื่อมโยงไปยังหน้าเว็บเพจนั้น ๆ ได้ แต่ถ้าปุ่มการเชื่อมโยง (Link) นั้นเคยผ่านการคลิกผ่านมาแล้ว ก่อนที่จะทำ Work Offline ปุ่มการเชื่อมโยงนั้นก็จะสามารถเปิดดูเว็บเพจน้าอื่น ๆ หรือสามารถที่จะเชื่อมโยงไปยังเว็บเพจอื่น ๆ ได้ทันที ถ้าต้องการทำWork Offline สามารถเลือกได้จากเมนู FileàWork Offline ดังภาพเมื่อเลือกเมนุการทำ Work Offline แล้ว จะปรากฏคำว่า “[Working Offline]” ด้านบนของหน้าเว็บเพจ
การเปิดหน้าต่างใหม่

การปรับแต่งโปรแกรม Internet Explorer
วิธีที่ 1: ล้างแคข้อมูลใน Internet Explorerเมื่อต้องการตรวจสอบว่า ปัญหาเกี่ยวกับประสิทธิภาพหรือข้อผิดพลาด สาเหตุมาจากความเสียหาย ในแฟ้มชั่วคราวของอินเทอร์เน็ต หรือ ในที่อื่น ๆ แคช ข้อมูลที่ถูกใช้ โดย Internet Explorer คุณต้องล้างข้อมูลที่เก็บไว้ชั่วคราว เมื่อต้องการ ทำเช่นนี้ การทำตามขั้นตอนเหล่านี้:
Internet Explorer 
เปิด Internet Explorer 
คลิก เครื่องมือแล้ว คลิก ลบ ประวัติการเรียกดู.
ใน ลบประวัติการเรียกดูคลิกลบทั้งหมด.
คลิกเพื่อเลือก ลบแฟ้มและการตั้งค่า การจัดเก็บ โดยโปรแกรม add-on กล่องกาเครื่องหมาย จากนั้น คลิก ตกลง.Internet Explorer 
เปิด Internet Explorer 
คลิก ความปลอดภัยแล้ว คลิก ลบประวัติการเรียกดู.
ในลบประวัติการเรียกดู พื้นที่ คลิก ลบ.แสดงแถบความคืบหน้าการเพื่อบ่งชี้ว่า การเรียกดู จะมีการล้างข้อมูลประวัติ หลังจากกระบวนการนี้เสร็จสมบูรณ์ ทดสอบทางอินเทอร์เน็ต Explorer เพื่อตรวจสอบว่า โปรแกรมทำได้อย่างถูกต้อง ถ้าปัญหายังคงเกิดขึ้น ให้ลองวิธีที่ 2 
วิธีที่ 2: ตั้งค่าการรักษาความปลอดภัยสำหรับ Internet Explorer ใหม่ถ้าคุณตั้งค่าคอนฟิกการตั้งค่าความปลอดภัยที่จะจำกัดเกินไป คุณอาจ ป้องกันไม่ให้ Internet Explorer แสดงเว็บไซต์บางเว็บไซต์ เมื่อต้องการตรวจสอบ ว่าปัญหาเกิดขึ้นจากการตั้งค่าความปลอดภัยที่จำกัด overly ย้อนกลับไป การตั้งค่าความปลอดภัยเริ่มต้น เมื่อต้องการทำเช่นนี้ ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้:
เปิด Internet Explorer
คลิก เครื่องมือแล้ว คลิกตัวเลือกอินเทอร์เน็ต.
คลิก รักษาความปลอดภัย แท็บ
คลิก การตั้งค่าใหม่เขตพื้นที่ทั้งหมดไปยังระดับเริ่มต้น, จากนั้น คลิก ตกลง.หลังจากที่คุณทำเช่นนี้ ทดสอบ Internet Explorer เพื่อตรวจสอบว่า โปรแกรมทำได้อย่างถูกต้อง ถ้าปัญหายังคงเกิดขึ้น ลอง
วิธีที่ 3หมายเหตุ ถ้าวิธีการนี้ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ คุณสามารถคืนค่า Internet Explorer เพื่อให้ระดับการรักษาความปลอดภัยของก่อนหน้านี้
วิธีที่ 3: เรียกใช้ Internet Explorer ในโหมด "ไม่มี Add-on"Add-on ของ Internet Explorer เช่นตัวควบคุม ActiveX และเบราว์เซอร์ ใช้แถบเครื่องมือ โดยบางเว็บไซต์เพื่อให้สามารถเรียกดูมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประสบการณ์การใช้งาน มีข้อผิดพลาดอาจเกิดขึ้น หาก add-on มีความเสียหาย หรือแอดออน ความขัดแย้งกับ Internet Explorer เมื่อต้องการตรวจสอบว่า ข้อผิดพลาดที่เกิดจาก add-on เรียกใช้ Internet Explorer ในโหมด "ไม่มี Add-on" เมื่อต้องการทำเช่นนี้ ให้ปฏิบัติตาม ขั้นตอนเหล่านี้:
คลิก เริ่มการทำงานจากนั้น พิมพ์Internet Explorer ในการ เริ่มต้นค้นหากล่องคลิก Internet Explorer (ไม่มี Add-on). เปิด Internet Explorer โดยไม่มี add-on แถบเครื่องมือ หรือปลั๊กอินทดสอบ Internet Explorer เพื่อตรวจสอบว่า โปรแกรมทำได้อย่างถูกต้อง ถ้าปัญหายังคงเกิดขึ้น ลองวิธีที่ 4ถ้าไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ปัญหาเกิดจากรายใดรายหนึ่งของ add-on ซึ่งโดยทั่วไปจะโหลดพร้อมกับ Internet Explorer ในกรณีนี้ ใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง ตัวเลือกต่อไปนี้ตัวเลือกที่ 1: ตั้งค่า Internet Explorerการตั้งค่า Internet Explorer เพื่อแสดงการตั้งค่าคอนฟิกค่าเริ่มต้น นอกจากนี้ขั้นตอนนี้จะปิดใช้งานใด ๆ โปรแกรม add-on ปลั๊กอิน หรือแถบเครื่องมือที่มีการติดตั้ง ถึงแม้ว่าการแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างรวดเร็ว นั่นยังหมายถึง ว่า ถ้าคุณต้องการใช้อย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวโปรแกรม add-on ในอนาคต พวกเขาต้องต้องติดตั้งใหม่ เมื่อต้องการตั้งค่าการตั้งค่า Internet Explorer ใหม่
วิธีที่ 4ตัวเลือกที่ 2: ใช้ตัวจัดการ Add-on เครื่องมือเพื่อดูว่า add-on ตัวใดเป็นสาเหตุของปัญหาใช้เครื่องมือ Manage Add-ons ใน Internet Explorer แต่ละ add-on เพื่อดูว่า add-on ตัวใดเป็นสาเหตุของข้อผิดพลาดที่ปิดใช้งานแต่ละรายการ เมื่อต้องการทำเช่นนี้ ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้:
Internet Explorer
เปิด Internet Explorer
คลิก เครื่องมือชี้ไปที่ จัดการ โปรแกรม add-onแล้ว คลิก เปิดหรือปิดใช้งาน Add-on.ในการ แสดง กล่อง การเลือก โปรแกรม add-on ที่ถูกใช้ โดย Internet Explorer เมื่อต้องการแสดง add-on ทั้งหมดที่ มีการติดตั้งบนคอมพิวเตอร์สำหรับแต่ละสินค้าในรายการนี้ ให้เลือก add-on จากนั้น คลิก ปิดการใช้งาน ภายใต้หัวข้อการตั้งค่า.เมื่อคุณได้ปิดใช้งานรายการทั้งหมดในรายการนี้ คลิกตกลง.จบการทำงาน และเริ่มระบบของ Internet Explorer 7 ใหม่ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น ทำซ้ำขั้นตอนที่ 1 ถึง 3คลิก เปิดการใช้งาน สำหรับเพียงอย่างเดียว add-onทำซ้ำขั้นตอนที่ 6 ถึง 8 จนกว่าคุณกำหนดว่า add-on ตัวใด ทำให้เกิดข้อผิดพลาดเกิดขึ้นInternet Explorer 8
เปิด Internet Explorer
คลิก เครื่องมือแล้ว คลิก จัดการ Add-on.บนเครื่อง แสดง เมนูแบบหล่นลง เลือก Add-on ทั้งหมด เมื่อต้องการแสดง add-on ทั้งหมดที่ติดตั้งไว้บนคอมพิวเตอร์สำหรับแต่ละสินค้าในรายการนี้ เลือก add-on และคลิ กปิดการใช้งาน ในหน้าต่างรายละเอียดเมื่อคุณได้ปิดใช้งานรายการทั้งหมดในรายการนี้ คลิก ตกลง.จบการทำงาน และเริ่ม Internet Explorer ใหม่ถ้าปัญหาไม่เกิด ทำซ้ำขั้นตอนที่ 1 ถึง 3
คลิกเปิดการใช้งาน สำหรับ add-on ตัวเดียวทำซ้ำขั้นตอนที่ 6 ถึง 8 จนกว่าคุณกำหนดว่า add-on ตัวใดเป็นสาเหตุของข้อผิดพลาดเกิดขึ้นหลังจากที่คุณได้ใช้กระบวนการนี้เพื่อกำหนดว่า add-on ตัวใดเป็นสาเหตุของข้อผิดพลาด คุณสามารถปิดใช้งาน add-on นั้น หรือ คุณสามารถถอนการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งโปรแกรม add-on เรายังแนะนำให้ คุณติดต่อผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์ที่ให้ add-on สำหรับการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นและการสนับสนุนเพิ่มเติม






















บทที่ 3 ท่องดลกอินเทอร์เน็ต

1. เครือข่ายใยแมงมมุ (World Wide Web : WWW)


เป็นการบริการในการสืบค้นข้อมูลบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ได้รับความนิยมเป็ นอย่างมากเพราะ

เป็นการบริการที่สามารถทำให้เอกสารต่างๆ บนอินเตอร์เน็ต สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้

การที่สามารถเชื่อมโยงเอกสารในเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่มีอยู่บนโลกได้ ซึ่งคล้ายกับใยแมงมุม จึง

ทา ใหร้ะบบน้ีถกู เรียกว่า “เครือข่ายใยแมงมุม” (World Wide Web) หรือ WWW น้้นเอง

2. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์(Electronic Mail :E-Mail)

เป็นการบริการอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะเป็นวิธีติดต่อสื่อสารที่เป็น

มาตรฐาน โดยที่สามารถจะรับ-ส่งเอกสาร ทั้งที่เป็นเอกสารข้อความ และทั้งที่เป็นเอกสารแบบ

มัลติมีเดียคือ มีทั้งภาพและเสียงโดยสามารถสื่่อสารกันได้ไม่ว่าผู้รับและผู้ส่งจะอยู่ไกลหรือไกลกัน

เพียงไดก็ตามบุรุษไปรษณีย์ที่จะทำหน้าที่ส่งจดหมายต่างๆให้กับเราก็คือเว็บไซต์ที่เราได้ลงทะเบียน

เป็ นสมาชิกเพื่อขอใช้บริการ เมื่อลงทะเบียนสมัครเป็ นสมาชิกเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้ที่อยู่บน

เครือข่ายอินเตอร์เน็ตมาไว้ส าหรับติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ที่เราเรียกกันว่า

E-Mail Address

3. การโอนย้ายข้อมลู ข้ามเครือข่าย(File Transfer Protocol: FTP)

FTP หรือ File Transfer Protocol เป็นการบริการโอนย้ายข้อมูลข้ามเครือข่าย ข้อมูลที่

โอนย้ายมีหลายรูปแบบ เช่น ข้อความ เพลง รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว ข่าวสาร โปรแกรม

คอมพิวเตอร์ ฯลฯ โดยการโอนย้ายข้อมูลจะแบ่งออกเป็ น 2 แบบ คือ



1 Download คือ การน าข้อมูลจากเครื่องที่ให้บริการFTP

2 Upload คือ การน าข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราไปใช้ใน ระบบเครือข่าย

อินเตอร์เน็ต

4. การบริการใช้เครื่องข้ามเครือข่ายด้วย Telnet

เป็นการบริการที่ช่วยให้เราสามารถล็อกอิน (Login) เข้าไปใช้งานในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่

ไกลได้เสมือนกับ เราไปนั่งใชงานที่หน้าจอของเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น ๆ และสามารถสั่งให้

เครื่องปฏบิตงานตามคำสั่งหรือโปรแกรมจากเครื่งของเราได้การ

แสดงผลลัพธ์ของโปรแกรม

Telnet นั้น ส่วนใหญ่แล้วจะแสดงในรูปของข้อความ

5. บริการค้นหาข้อมลู ข้ามเครือข่าย

การค้นหาข้อมูลบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นอีกบริการหนึ่งที่นิยมมาก เพราะจะสามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริการ ซึ่งบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตจะมีข้อมูลอยู่เป็นจำนวนมาก

ดังนั้น การค้นหาข้อมูลจึงจำ เป็นที่จะต้องมีโปรแกรมเพอให้ทราบแหล่งที่อยู่ของข้อมูล

6. บริการสนทนาออนไลน์ (Chat)

การสนทนาออนไลน์ หรือที่เรียกว่า chat เป็นการสนทนา

ระหว่างบุคลที่ให้บริการเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

ซึ่งมีการโต้ตอบกันได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำตอบเหมือนการใช้

E–mail โดยการพิมพ์ข้อความ

หรือใช้เสียงในการสนทนาก็ได้การสนทนาสามรถกระทำได้ในลักษณะของกลุ่มสนทนา

เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่่งกันและกัน

7. กระดาษข่าว (Bulletin Board System :BBS)

กระดาษข่าวหรือ(Bulletin Board System :BBS) เป็นบริการในรูปแบบของกลุ่มสนทนาเพื่อ

แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารต่างๆ ในกลุ่มของผู้ที่สนใจในเรื่องเดียวกันโดยจะต้องเป็น

“กล่มุ ข่าว” (News Group) เช่น กลุ่ม ผู้สนใจด้านคอมพิวเตอร์ด้านดนตรีด้านศิลปะ หรือแม้กระทั่ง

แบ่งตามกลุ่มอาชีพ กลุ่มอายุก็ได้ เช่นกลุ่มนักศึกษากลุ่มผู้หญิงทำงาน เป็นต้น

8.การค้าอิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)

E-Commerce หรือ Electronic Commerce เป็นระบบการค้าที่มีการซื้อ-ขาย

ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งโลกยุกต์ดิจิตัลระบบการค้าจะมิได้ยึดรูปแบบเดิม คือ ต้องหาทางแลกเพื่อ

ตั้งร้านค้าหรือหาพนักงานในการดำเนินการค้าแต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีของการ

สื่อสาร จะทำให้เราสามารถเปิดการค้าได้สะดวก รวดเร็ว ประหยัดกว่ารูปแบบเดิม และสามารถ

ดำเนินการค้าได้ไม่เฉพาะแตภายในประเทศ หรือเขตพื้น ที่ที่ต่างร้านเท่านั้นแต่สามรถค้าขายได้กับ

ทุกคนที่ใหบริการบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต นอกจากนั้นยังเป็นวธิทำ การค้าที่เปิดตลอด24 ชั่วโมง

เพียงแต่นั่งอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ภายในบ้านของเราก็สามารถ

ดำเนินการซื้อ-ขายสินค้าได้

วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

บทที่ 2 การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต


การปรับแต่งคอมพิวเตอร์สำหรัมีบการใช้งานอินเทอร์เน็ต
สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อใช้งานภายในบ้าน จำเป็นจะต้องมีส่วนประกอบสำคัญ
ที่จะสามารถเชื่อมต่อระหว่างผู้มช้กับผู้บริการอินเทอร์เน็ต เพราะการใช้งานอินเทอร์เน็ตนั้นจะต้องเกิดจากการเชื่อมต่อของทั้งสองฝ่ายก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
1. เมนบอร์ด (Mainboard) เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควรมีประสิทธิภาพสูงพอสมควรในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานกันทั่วไป จะมี CPU รุ่น Celeron,Pentium IV และ AMD
2. หน่วยความจำแรม (RAM) การเลือกหน่วยความจำแรมจะขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการที่ใช้ แต่อย่างน้ยไม่ควรต่ำกว่า 64-128 MB แต่ในปัจจุบันระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้คือ Windows XP หน่วยความจำแรมไม่ควรต่ำกว่า 256 MB
3. จอภาพและการ์ดแสดงผล จอภาพสามารถแสดงผลได้ตั้งแต่ 256 สีขึ้นไป ความความละเอียดไม่ควรต่ำกว่า 800x600 Pixels ซึ่งในปัจจุบันจอภาพจะสามารถแสดงได้ถึง 16 ล้านสีแล้ว
4. ระบบมัลติมีเดีย คือการ์ดเสียงพร้อมลำโพง หรือถ้าใช้โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตก็จะต้องมีไมโครโฟนด้วย และถ้าต้องการพูดคุยแบบให้เห็นหน้าทั้งสองฝ่ายก็ต้องมีหล้องวิดิโอที่มี เว็บแคม

โมเด็ม
โมเด็ม หรือ Modem มีหน้าที่แปลงข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล ของระบบคอมพิวเตอร์ให้เป็นสัญญาณเสียงในรูปแบบอนาล็อก เพื่ออให้แปลงสัญญาณเสียงในรูปแบบแอนะล็อก ซึ่งรับมาจากโทรศัพท์ให้หลับมาเป็นข้อมูลแบบดิจิทัลเพื่อการใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เรียกว่าการ Demodulate
1. โมเด็มแบบภายในบ้าน (Internal) มีลักษณะเป็นการ์ดเสียบเข้ากับสล็อตแบบ PCI ภายในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์
ข้อดี
1. ไม่เปลืองเนื้อที่เพราะติดตั้งภายในเครื่องคอมพิวเตอร์
2. ไม่ต้องเสียบปลั๊กไฟฟ้า
3. มีราคาถูก
ข้อเสีย
1. ไม่สามารถมองเห็นการทำงานของโมเด็ม
2. ต้องการเครื่องที่มีความเร็วสูง
3. พบปัญหาต่างๆ ได้บ่อย เช่น สายหลุดง่าย
2. โมเด็มแบบภายนอก (Extermal) จะเป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อภายนอกคอมพิวเตอร์โดยจะต่อเข้าที่
Serial Port และ USB Port ของเครื่องคอมพิวเตอร์
ข้อดี
1. ติดตั้งง่าย
2.สามารถมองเห็นการทำงานของโมเด็มได้
ข้อเสีย
1. เปลืองเน็อที่ในการวางโมเด็ม
2. มีราคาแพง
3. โมเด็มแบบ PCMACIA เป้นโมเด็มที่มีขนาดเล็กและบางที่สุด ซึ่งมีขนาดเท่ากับบัตรเครดิต โมเด็มคอมพิวเตอร์ PCMACAI จะถือเป็นโมเด็มแบบภายใน ซึ่งได้ออกแบบมาสำหรับการใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค (Notebook Computer) เท่านั้น
มาตรฐานการสื่อสารและความเร็วในการรับส่งข้อมูลของโมเด็ม
มาตราฐานการสื่อสารและความเร็วในการรับส่งข้อมุลของโมเด็มนั้น เป็นมตราฐานที่มีการกำหนดคุณลักษณะของโมเด็มต่อความเร็วในการรับส่งข้อมูลโดย CCITT
โปรแกรมสำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต
เมื่อมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแล้ว ก็ต้องมีโปรแกรมซอฟต์แวร์สำหรับใช้ในการปฏิบัติงานอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นโปรแกรมหรือซอฟห์แวร์ หมายถึงเขียนขึ้นเพื่อสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน ดังนั้นโปรแกรมเหล่านี้ก็ถือว่าเป้นปัจจัยสำคัญสามารถทำให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ประกอบด้วย 5 ประเภทดังนี้
1. โปรแกรมระบบปฏิบัติการ เป้นโปรแกรมที่จำเป็นมากสำหรับการใช้งานคอมพิวเตอร์ทุกชนิด เพราะจะเป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่จัดสดรรทรัพยาการต่างๆ ในระบบ เช่น หน่วยความจำ การบันทึกข้อมูล
2. โปรแกรเว็บบราว์เซอร์ คือ โปรแกรมที่ใช้ในการเปิดเว็บเพจต่างๆ ในอินเทอร์เน็ตซึ่งโปรแกรมนี้จะมีความสามารถมากมายที่จะเป็นประโยชน์ในการท่องเว็บ และโปรแกรมเว็บบราว์เซอร์ยังเปรียบเสมือนตัวแปลภาษา เพราะเว็บเพจเหล่านั้นจะใช้รูปแบบคำสั่งภาษา
3. โปรแกรมรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ทำหน้าที่เห็บข้อมูลจดหมายโฟลเดอร์สำหรับเก็บจดหมายไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา
4. โปรแกรมสำหรับการสื่อสารบนอินเทอร์เน็ต เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับการสื่อสารระหว่างผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วยกัน ทั้งในรูปแบบของการพิมพ์ข้อความโต้ตอบ
5. โปรแกรมมัลติมีเดียบนอินเทอร์เน็ต การใช้งานบนระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งรูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว เสียง วิดิทัศน์ เป็นต่น
วิธีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 
วิธีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ผ่านมาจะใช้โมเด็มที่หมุนโทรศัพท์ หรือเรียกว่า Dial-up เพื่อทำหน้าที่แปลงข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ในรูปแบบของดิจิทัล ให้เป็นสัญญาณในรูปแบบแอนะล็อก เพื่อส่งข้อมูลผ่านทางสายโทรศัพท์ ซึ่งจะถูกกำกัด
1. การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ ISDN
2. การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ ADSL
3. ดารเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบเคเบิลโมเด็ม
4. การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบวงจรเช้า
5. การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม
การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 
1. ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอนของการเชื่อมต่อบนหน้าจอ Desktop
2. ปรากฎหน้าจอ Connect ให้พิมพ์ Username และ Password ซึ่งทั้งสองส่วนนี้จะได้มาใน Packet ที่เราซื้อชัวโมงอินเทอร์เน็ต
3. เมื่อทำการเชื่อมต่อเข้ากับระบบของผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตเรียบร้อยจะปรากฏด้านล่างของหน้าจอ Desktop เพื่อแสดงสถานะของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
การยกเลิกการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
เมื่อต้องการเลิกการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ให้คลิกขวาที่ ซึ่งด้านล่างของหน้าจอ Desktop จะปรากฏหน้าต่าง เพื่อให้เลือก Disconnect
สิ้นสุดการสนทนา

วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

บทที่1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต


ความหมายของอินเทอร์เน็ตอินเทอร์เน็ต (internet) มาจากคำว่า "Inter Connection Nerwork" คือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ สามารถติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมมูลระหว่างกันได้อย่างรวดเร็วทั่วโลก

ความเป็นมาของอินเทอร์เน็ต
เมื่อปี พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) ในช่วงที่โลกยังหวาดกลัวสงครามนิวเคลียร์ กระทรวงกลาโหมของประเทศสหรัฐอเมริการ (DOD : Department of Defense) ต้องการที่จะสร้างระบบเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ จึงได้ริเริ่มโครงการที่จะสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถพิเศษ คือ เมื่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์บางส่วนถูกทำลาย แต่เครือข่ายที่เหลืออยู่จะยังสามารถใช้งานได้

อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย
ปี พ.ศ. 2529 อาจารย์กาญจนา กาญจนสุด จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ร่วมกับอาจารย์โทโมโนริ คิมูระ จากสถาบันเดียวกัน ร่วมกันสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยอาศัย
1. โมเด็ม NEC ความเร็ว 2400 Baud
2. เครื่องคอมพิวเตอร์พีซี NEC
3. สายโทรศัพท์ทองแดง

โดยเครื่อข่ายที่ได้วิ่งด้วยความเร็ว 1200-2400 Baud และมีเสียงดังมาก จากนั้นได้ปรับเปรี่ยนไปใช้บริการไทยแพค ของการสื่อสารแห่งประเทศไทย ซึ่งใช้เทคโนโลยี X.25 ผ่านการหมุนโทรศัพท์ไปยังศูนย์บริการของการสื่อสารแห่งประเทศไทย

การประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ต

ยุคปัจจุบันเกิดภาวะของการแข่งขันที่สูงในทุกๆด้าน ฉะนั้น มนุษย์จึงต้องหาสิ่งที่จะเข้ามาช่วยเพื่อความสะดวก รวดเร็ว ยิ่งขึ้น จึงทำให้เกิดการบริการมากมายบนอินเทอร์เน็ตเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน หรือในชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล

การติดต่อสื่อสาร
การติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นบริการที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น
1. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์(E-mail)
2. สนทนาออนไลน์(Chat)
3. การสนทนาด้วยภาพและเสียง
4. กระดานข่าว(Bulletin Board System : BBS)
5. การส่ง SMS เข้ามือถือ

การศึกษา
การท่องอินเทอร์เน็ตก็คือ การเดินเข้าไปห้องสมุดขนาดใหญ่ที่มีข้อมมูลข่าวสารมากมายให้เราได้ไปค้นหา อินเทอร์เน็ตจึงมีความสำคัญมากในโลกของการศึกษาในยุคปัจจุบันเพราะการค้นคว้าคือหัวใจในการศึกษาหาความรู้ อินเทอร์เน็ตซึ่งมีการบริการหลายรูปแบบ เช่น
1. การเรียนการสอนทางไกล (Distance Learning)
2. บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (E-Learning)
3. ห้องสมุดเสมือน (Virtual library)

การทำธุรกิจออนไลน์ (E-Commerce)

เมื่ออินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของกลุ่มคนจำนวนมากในโลก ซึ่งได้ใช้บริการต่างๆ ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต ก็มีบริการซื้อขายสินค้าบนอินเทอร์เน็ต นับเป็นการบริการอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยม

ข่าวสารประจำวันปัจจุบันเราสามารถอ่านข่าวสารได้จากอินเทอร์เน็ต เนื่องจากหนังสือพิมพ์และสำนักข่าวต่างๆ ได้นำข่าวสารรายวันและรายสัปดาห์ผ่านทางสื่ออินเทอร์เน็ตทำให้ผู้ใช้บริการมีความสะดวกในการติดตามข่าวสาร

การท่องเที่ยวการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ เราสามรถค้นหารายละเอียดในการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม ร้านอาหาร บริษัทนำเที่ยวหรือเส้นทางในการเดินทาง แผนที่ สายการบิน สถานีขนส่งทุกสิ่งทุกอย่าง

ความรู้ด้านสุขภาพ
ปัยหาด้านสุขภาพเป็นปัยหาสำคัญในการดำเนินชีวิต ในปัจจุบันก็มีเว็บไซต์มากมายที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพให้ความรู้เกี่ยวกับโรคต่างๆ

ความบันเทิง
ความบันเทิงทางอินเทอร์เน็ตสามารถหาได้มากมาย ทั้งดูหนัง ฟังเพลง คาราโอเกะ สถานีวิทยุออนไลน์ เรื่องราวข่าวสารในวงการบันเทิงทั่วโลก

การสมัครงาน
วิธีการหางานในอดีตนั้นต้องซื้อหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวกับการสมัครงาน หรือการติดประกาศต่างๆ แต่ในยุคปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่ให้บิการด้านสมัครงานโดยรวบรวมตำแหน่งงานว่างไว้ให้เลื่อกตามความรู้ความสามารถของแต่ละบุคคล

ธุรกรรมด้านธนาคารและการลงทุน
ถ้าต้องการลงทุนในกิจการใดก็ตามที่สามารถที่จะสอบถามข้อมูลของการลงทุน แหล่งเงินทุนซึ่งมีธนาคารมากมายที่จะจัดทำเว็บไซต์ขึ้นเพื่อให้บริการข้อมูลแก่ประชาชนจะเป็นการนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจ

การบริการอื่นๆยังมีบริการที่ได้รับความนิยมอีกมากมาย เช่น แฟชั่น การเมือง ศาสนา ดาราศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม กีฬา เป็นต้น

ประโยชน์และโทษของอินเทอร์เน็ตอินเทอร์เน็ตเป็นเทคโนโลยีในการสื่อสารที่เอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ แต่เป็นลักษณะของการสื่อสารที่ผ่านทางคอมพิวเตอร์

ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต1. สามารถติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นได้ทั่วโลก
2. สามารถค้นหาข้อมูลต่างๆได้
3. เป็นการเปิดโลกกว้างและวิสัยทัศน์ในเรื่องที่สนใจ
4. สามารถติดตามความเครื่อนไหวข่าวสาร
5. สามารถเปิดการค้าได้ด้วยตัวเอง
6. สามารถซื้อสินค้าโดยไม่ต้องเดินทางไปยังร้านค้า
7. สามารถรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
8. สามารถอ่านนิตยสาร หนังสือพิมพ์ บทความและเรื่องราวต่างๆ
9. สามารถติดประกาศข้อความต้่งๆ
10.มีบริการฟรีอีกมากมายที่สามารถใช้ได้จากอินเทอร์เน็ต

โทษของอินเทอร์เน็ต

1. อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่อยข่ายที่มีขนาดใหญ่ที่มีผู้คนมากมายเข้าไปใช้บริการ เป็นเวทีที่เปิดกว้างและให้อิสระกับทุกคนได้เข้ามาเขียนข้อมูล โดยปราศจากการกลั่นกรองที่ดี ทำให้ข้อมูลไม่ได้รับการตรวจสอบได้ว่าเป็นข้อมูลจริงหรือไม่
2. เกิดปัญหาของการละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น การดาวน์โหลดเพลง หรือรูปภาพ
3. ก่อให้เกิดปัญหาด้านอาชญากรรมจากการเล่นอินเทอร์เน็ตเช่น การล่อลวงหญิงไปในทางมิดี
4. ก่อให้เกิดปัญหาการหมกมุ่นของเยาวชนที่เข้าไปในเว็บไซต์ที่ไม่มีประโยชน์

ในปัจจุบันมีกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีได้ใช้ช่องทางในการสื่อสารบบนอินเทอร์เน็ต เป็นช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเอง แต่เป็นการทำลายเยาวชนและสังคม ดังนั้น ทุกคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตควรมีจิตสำนึกที่ดี คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว จะทำให้โลกใบนี้น่าอยู่มากขึ้น

วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2556

เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต

จุดประสงค์รายวิชา
  1. มีความรู้ความเข้าใจระบบการทำงานของเครื่องข่ายอินเตอร์เน็ต
  2. มีทักษะในการใช้อินเตอร์เน็ต
  3. เห็นคุณค่าในคาวมสำคัญของเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตต่อการปฏิบัติงานธุรกิจและสังคม
มาตรฐานรายวิชา
  1. อธิบายมาตรฐานการสื่อสารข้อมูลบนระบบเครื่อข่าย
  2. ปฏิบัติสืบค้นข้อมูล ตลอดจนทำการรับ- ส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
อธิบายรายวิชา


ศึกษาปฏิบัติเกี่ยวกับระบบการทำงานของอินเตอร์เน็ต ระบบเครือข่าย Protocol TCP/IP, Client-Server , DN , SUBNet  , FTP , FIP , Telnet , E- mail , WWW การติดตั้งระบบอินเตอร์ส่วนบุคคล  ปฏิบัติการใช้บริการต่างๆในอินเตอร์เน็ตการเลือก บริการผู้ใช้อินเตอร์เน็ต (ISP) ปฏิบัติการใช้อินเตอร์เน็ต